วันเสาร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567

ทำไมต้อง Corolla Cross?



 แน่นอนว่าวการตัดสินใจไปรุ่นใดรุ่นหนึ่งมันต้องมีสาเหตุที่จะซื้อแล้วละ และต้องดูว่ามีรุ่นไหนที่ให้ตอบโจทย์จนถึงขั้นเปิด Blog

 

 

 จุดเริ่มต้นจากปี 2017 ซึ่งไปปิ๊งกับ Toyota C-HR เพราะเป็นครอสโอเวอร์ที่มีความอเนกประสงค์มาก และด้วยความเป็น TNGA ของ Toyota ยุคใหม่รวมถึงข้าวของที่ให้มาแบบแน่นๆ ทั้ง Toyota Safety Sense,เครื่องเสียงฟังก์ชั่นพอกับการใช้งาน แต่ยังขัดใจกับเบาะหลังที่ไม่มีอะไรเลย แม้จะขับคนเดียวแต่ก็รู้สึกว่า Prius ที่ใช้อยู่มีอะไรให้น่าสนใจมากกว่า 


 
คันที่ 2 แน่นอนว่าเป็น Corolla Altis ด้วยความที่ออปชั่นให้มาจัดเต็มสุดทั้ง TSS เวอร์ชั่นใหม่ เครื่องเสียงมี Apple Carplay/Android Auto เบาะไฟฟ้า แอร์หลัง ม่านหลัง เบาะหลังมีที่พักแขน ส่วนงานดีไซน์ผมมองว่าสวย น่าใช้นะ ภายในผมชอบนะ แม้ใครว่าเชย แต่ผมว่าดีไซน์ดูดีนะ แต่ยังยึดติดว่าอยากได้รถ JDM และเป็น Crossover มากกว่า สุดท้ายก็มีเจออักคันที่ทำให้คิดนาน + ช่วงที่อยากได้เกิดปัญหาโควิดเลยต้องเบรกก่อน

 
จากนั้น Corolla Cross เปิดตัวมาปุ๊บ รู้สึกว่าทุกอย่างมันเข้าทางและครบครันกว่า Corolla Altis แน่นอนว่ามันดีที่ความอเนกประสงค์แบบ C-HR และข้าวของแน่นแบบ Corolla Altis แต่ก็ยังมีจุดที่ขัดใจจนลังเลทั้ง
  • DRCC ทำงานทุกย่านความเร็ว แต่ของ Corolla Cross ทำงานที่ 30 กม./ชม. (ภายหลังได้อัพเกรดของมาเท่ากันหมด)
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold (ตอนก่อนไมเนอร์เชนจ์เป็นออปชั่นที่อยากให้มี แต่ไม่รู้ว่าทำไม Toyota ตอนนั้นถึงกั๊ก ยังดีที่ได้ข่าวว่าจะใส่มาให้แล้ว)
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า + ที่ใส่ของ (ถ้าดูดีๆพบว่า เบาะของอัลติสฟังก์ชั่นเยอะกว่ามาก ทั้งฝั่งคนขับที่มีดันหลังให้ แต่ด้านผู้โดยสารก็ปรับไฟฟ้าครบหมด ผิดกับ Corolla Cross ที่ให้มาแบบปรับมือ แม้ว่าจะรับไม่ได้ แต่ถ้ามองว่าใช้คนเดียวละก็ ไม่เป็นปัญหาแน่นอน แถมคู่แข่งเป็นเหมือนกันหมด)
  • ม่านบังแดดหลัง (ตอนแรกก็งงว่าทำไมไม่มี แต่อย่าลืมว่าด้านหลังมีพื้นที่บังแดดมากกว่า นอกจากบนประตูซึ่งรถระดับนี้ไม่มีถือว่าปกติ)
  • ที่ชาร์จไร้สาย (แม้จะซื้อเพิ่มได้ แต่ยอมรับว่าชาร์จช้ากว่าแบบสายแน่นอน แถมช่วงนั้น Altis ไม่มีปลั๊กหลังเลยคิดว่าอาจจะยอมแลกกัน แต่สุดท้ายกลับให้ทั้งคู่ แต่ส่วนตัวชอบแบบสายมากกว่า)
  • ที่ชาร์จในกล่องคอนโซล (อันนี้ไม่รู้ว่าพี่แกจะกั๊กทำไม ช่องชาร์จในรถก็มีน้อยอยู่แล้วทั้งเครื่องเสียงที่การจ่ายไฟไม่ดีเท่าปลั๊กจ๋าๆ และด้านหลังสำหรับ ผดส.หลัง แต่ก็นะถ้า Gadget เยอะอาจจะไม่พอ เลยต้องใส่มานั่นแหละ)
  • ยางอะไหล่ (อันนี้ใส่ได้ไม่มีปัญหา)
 แต่ในภายหลังเริ่มคิดว่า ออปชั่นบางอย่างใส่ได้ แต่งานวิศวกรรมต่อให้แปลงยังไงก็มันทำให้เหมือนเดิมไม่ได้ เลยไปที่ Corolla Cross อีกทั้งใจจริงอยากได้รถแบบ RAV4 แต่รุ่นนั้นก็ไม่ขายในไทยเลยต้องถอยมาเล่นรุ่นนี้แหละ

 
จนมาถึงปี 2023 ตอนที่ Toyota Yaris Cross ออกมาใหม่ๆนี่แหละ พอดูข้าวของที่ให้มากับราคาแล้ว อื้มมมม น่าสนใจมาก และอยากได้เลย เพราะราคาไม่แพงและได้ข้าวของครบ แต่พอลองขับจริงๆ ความอยากได้+ลังเลก็หายไปเลย เพราะเครื่องยนต์ที่ยังแรงไม่พอ (แต่อันนี้เข้าใจได้) ช่วงล่างใช้ได้ แต่พวงมาลัยผมว่ายังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ จริงๆไม่ต้องแบบกริ๊บแน่น แต่ขอให้ไม่โหวงจนหงุดหงิด แต่ถ้าไม่เคยขับรถที่พื้นฐาน TNGA มาก่อนถือว่าโอเคเลย ไม่เลวร้ายอะไร
 
 
ทำไมไม่มองค่ายอื่น ? 
 
แน่นนอนว่าตอนก่อน C-HR ออกมาก็มีค่ายอื่นทั้ง Nissan Mazda และ Honda แต่ ณ เวลานี้ Nissan Mazda เริ่มหาศูนย์บริการยากขึ้น แถมรถที่มาขาย ณ เวลานี้ไม่น่าสนใจทั้ง Kicks ที่รู้สึกว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ ส่วน Mazda เจอเรื่อง Cost Of Ownership ที่ค่อนข้างแพง ส่วน Honda แม้จะมี่ทั้ง CR-V ที่ให้ข้าวของดีนะ แต่มันเกินตัวไปหน่อย และ HR-V ที่รู้สึกว่าการขับขี่ดีกว่า Cross นะ แต่รู้สึกว่ายังมีบางจุดที่ติดๆ + ที่บ้านยังไม่เปิดใจ เลยจบที่แบรนด์ 3 ห่วงนี่แหละครับ
 
ส่วนเรื่องต่อไปพบกับวันพรุ่งนี้เน่อ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เช็คสเปคทิ้งทวน Toyota Corolla Cross ก่อนตกรุ่นเร็วๆนี้

แม้ว่า Toyota Corolla Cross จะเปิดตัวตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2020 แต่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทีนี้ เรามาดูกันว่าทั้ง 5 รุ่นย่อยมีข้าวของอะไ...